tsan_newsletter

อหิวาตกโรคในเฮติกับการจัดการความร่วมมือ

อหิวาตกโรคในเฮติกับการจัดการความร่วมมือ

อหิวาตกโรคเป็นโรคที่มากับความยากจนและระบาดอย่างรวดเร็วในชุมชนที่ขาดแคลนน้ำสะอาดและสุขอนามัยที่ดี

จากกรณีอหิวาตกโรคระบาดหนักในสาธารณรัฐเฮตินักระบาดวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกกว่า 500,000  ราย ในอีก 1 ปีข้างหน้า เนื่องจากความไม่สงบทำให้การติดตามผลการรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น ระยะเวลาเพียง 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2553 ถึงขณะนี้ มีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 20,000 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 1,100 ราย


อะไรคือสาเหตุที่ทำให้อหิวาตกโรคระบาดได้รวดเร็วมากมายขนาดนั้น มีผู้วิเคราะห์เนื่องจากชาวเฮติไม่เคยติดเชื้อชนิดนี้มาก่อน จึงทำให้ไม่มีภูมิต้านทานและตอบสนองต่อโรคอย่างรุนแรง การใช้วัคซีนอาจพอช่วยได้ แต่ยังไม่ใช้ในภาวะฉุกเฉินรุนแรงเช่นนี้มาก่อนและเฮติก็ขาดแคลนวัคซีน อีกทั้งการเดินทางก็ไม่สะดวก ทำให้การช่วยเหลือไม่ทันท่วงทีอหิวาตกโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรียวิบริโอ คลอเรอร่า (Vibrio clorerae) ที่ปนเปื้อนในน้ำดื่มหรือจากการสัมผัสอุจจาระโดยตรง เฮติขาดน้ำสะอาดและสุขอนามัยขั้นพื้นฐานซึ่งยิ่งแย่กว่าเดิมหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเดือนมกราคมปีนี้

อาการ 80% ของผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับไม่รุนแรงถึงปานกลาง แต่อีก 20% มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ในไม่กี่ชั่วโมง แต่อหิวาตกโรคก็สามารถบรรเทาได้เหมือนโรคท้องร่วงทั่วไปคือการให้น้ำเกลือแร่ทดแทน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าในเบื้องต้น อัตราการเสียชีวิตน่าจะอยู่ที่ 9% แต่หลังจากการเข้าไปช่วยเหลือในเดือนแรก ได้ลงลงไปอยู่ที่ 4-6%  อย่างไรก็ตาม ภาวะการจลาจลทำให้อัตราการเสียชีวิตกลับมาเป็น 9% อีกครั้งหนึ่ง

และถึงแม้ว่าจะมีอาสาสมัรเข้าไปช่วยจำนวนมาก เช่น เครือข่ายช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ องค์กรอิสระ กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนและกองทุนช่วยเหลือเด็กแห่งสหประชาชาติ แต่องค์กรเหล่านี้ก็ไม่ได้ประสานงานกันอย่างเหมาะสม จริงๆควรมีการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพและยึดถือหลักปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการกับอหิวาตกโรค กรณีศึกษานี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการเตรียมความพร้อมรองรับภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นพร้อมการทำความเข้าใจกับองค์กรที่เกี่ยวข้องเมื่อต้องปฏิบัติงานร่วมกัน

อ้างอิง

http://www.nature.com/news/2010/101123/full/468483a.html