บทสัมภาษณ์: พี่เล็ก คนไทยคนแรกที่จบ MBA จาก Rotterdam School of Management
พี่เล็ก (Pintuwan Kleijssen) เป็นคนไทยคนแรกที่จบ MBA จาก Rotterdam School of Management (RSM) วันนี้พี่เล็กให้เกียรติ TSAN ในการสัมภาษณ์ถึงประวัติการทำงาน รวมถึงคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ กับน้อง ๆ นักเรียนไทยในเนเธอร์แลนด์ที่กำลังหางานอยู่ตอนนี้ ปัจจุบันพี่เล็กดำรงตำแหน่ง Vice President, Transactional FX, Global Product Manager ที่ The Royal Bank of Scotland
ดำเนินการสัมภาษณ์ โดย พี่ฮุง (Leeuwarden) และ อ๊อฟ (Leiden)
---
ชื่อ/นามสกุล Pintuwan Kleijssen (พี่เล็ก)
ตำแหน่ง Vice President, Transactional FX, Product Head EMEA
บริษัท The Royal Bank of Scotland
การศึกษา MBA from RSM Erasmus University
คติประจำใจในการทำงาน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
ดำเนินการสัมภาษณ์ โดย พี่ฮุง (Leeuwarden) และ อ๊อฟ (Leiden)
---
ชื่อ/นามสกุล Pintuwan Kleijssen (พี่เล็ก)
ตำแหน่ง Vice President, Transactional FX, Product Head EMEA
บริษัท The Royal Bank of Scotland
การศึกษา MBA from RSM Erasmus University
คติประจำใจในการทำงาน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
- อยากให้พี่เล็กเล่าประวัติการศึกษาและการทำงานคร่าว ๆ ของตัวเองค่ะ
หลังจากเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พี่ก็ฝึกงานที่โรงพยาบาล แต่ตอนนั้นพี่รู้สึกว่าไม่ชอบ รู้สึกว่างานสายนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ จากนั้นพี่จึงย้ายไปทำบริษัทส่งออกรองเท้าซึ่งตอนนั้นเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทำตำแหน่ง Merchandiser รับออเดอร์ลูกค้า และดูแลการขายไปจนส่งของและรับเงิน ทำไปทั้งหมดสามปี ที่นี่ พี่ได้รู้จักกับสามี (ชาวดัตช ์) ซึ่งสามีพี่เป็น designer รองเท้าและเป็นลูกค้าที่บริษัท
จากนั้นพี่ก็ย้ายไปทำงานอีกบริษัทนึง ซึ่งประกอบและส่งออก semiconductor พี่ทำตำแหน่ง Sales & Marketing ทำที่นี่ได้สองปี พี่ก็แต่งงานและเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวกับสามี โดยตั้งบริษัท Trading ส่งออกรองเท้า บริษัทพี่จะออกแบบรองเท้า หาวัตถุดิบรองเท้าจากต่างประเทศ และควบคุมดูแลการผลิตและคุณภาพสินค้าให้ ลูกค้าจะมาจากประเทศทางยุโรป ทำกิจการนี้ไป 6 ปี พอปีค.ศ. 1997 เศรษฐกิจก็แย่มาก ๆ บวกกับตอนนั้นสามีพี่อยากกลับมาทำงานวงการรองเท้าในยุโรปตามเดิม จึงตัดสินใจย้ายมาเนเธอร์แลนด์
ตอนนั้นพี่เรียนปริญญาโทที่ศศินทร์ได้ปีนึ่งแล้ว (หลักสูตรสองปี) จึงสมัครเรียนที่ RSM (หลักสูตรสองปีเช่นกัน) ซึ่งทางRSM ก็เทียบวุฒิให้ พี่จึงไม่ต้องเรียนที่ RSM ใหม่ต้ังแต่เทอมแรก
2. พี่เล็กคิดว่าได้อะไรจากการเรียน MBA ที่ RSM คิดว่าที่ได้ MBA สำคัญสำหรับอาชีพพี่อย่างไร
สิ่งที่พี่ได้จาก RSM ที่แน่ ๆ คือตัวเนื้อหาวิชา ตอนนั้นพี่ทำ specialisation ในด้าน Marketing เพราะพี่ชอบ แล้วก็เรียนวิชาเกี่ยวกับ Finance ด้วย เพราะรู้ว่าวิชานี้มีความสำคัญและต้องใช้
นอกจากนั้น ก็มีความเป็นนานาชาติ ในโปรแกรมนักเรียนที่เรียนมีถึง 34 เชื้อชาติ พี่เป็นคนไทยคนเดียว เป็นคนไทยคนแรกที่เรียน MBA ที่ RSM อันนี้ก็ทำให้เราได้รู้จักกับคนหลาย ๆ ประเทศ หลังจากเรียนที่นี่แล้ว stereotype ต่อคนต่างชาติที่เคยมีมันหายไปเยอะเลย
ในเรื่องของการเรียนการสอน ที่ RSM จะต่างจากที่ศศินทร์ ซึ่งที่ศศินทร์จะเก็บคะแนนประมาณ 80% จากการสอบ แต่ที่ RSM จะเน้นเรื่องงานกลุ่มเยอะมาก ๆ คะแนนจากการสอบจะแค่ประมาณ 40% เวลาทำงานกลุ่มกับคนหลาย ๆ คน มันจะยุ่งยาก พี่จึงได้ประสบการณ์ทำงานเป็นทีมกับคนหลายเชื้อชาติ แล้วก็การสื่อสาร
3. หลังเรียนจบแล้วมีวิธีการหางานยังไงบ้าง ทราบข้อมูลการรับสมัครงานจากไหนบ้าง
RSM มีส่วนช่วยมาก เขาจัด workshop ให้กับนักศึกษา ตั้งแต่ เขียน CV ยังไงจนถึง Dress Code ที่เหมาะสม เขาเชิญ HR ของบริษัทต่าง ๆ มา present ให้เราฟังด้วยว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรเวลาไปสมัครงาน วิธีการตอบคำถาม มีการอัดเทปว่าเราตอบคำถามอย่างไร แล้วก็ให้ feedback
พี่หางานโดยการไป career events ที่จัดกันทั่วไป เช่น MBA Fair ในยุโรป และก็มีบริษัทมารับสมัครที่มหาวิทยาลัย การสมัครงานในตอนนั้น (ปีค.ศ. 1998) ไม่เหมือนตอนนี้ สมัยนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย พี่ก็หาตำแหน่งงานจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์
RSM มีส่วนช่วยมาก เขาจัด workshop ให้กับนักศึกษา ตั้งแต่ เขียน CV ยังไงจนถึง Dress Code ที่เหมาะสม เขาเชิญ HR ของบริษัทต่าง ๆ มา present ให้เราฟังด้วยว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรเวลาไปสมัครงาน วิธีการตอบคำถาม มีการอัดเทปว่าเราตอบคำถามอย่างไร แล้วก็ให้ feedback
พี่หางานโดยการไป career events ที่จัดกันทั่วไป เช่น MBA Fair ในยุโรป และก็มีบริษัทมารับสมัครที่มหาวิทยาลัย การสมัครงานในตอนนั้น (ปีค.ศ. 1998) ไม่เหมือนตอนนี้ สมัยนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย พี่ก็หาตำแหน่งงานจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์
4. ตอนนั้น Recruitment Process เป็นอย่างไรบ้าง
เพื่อน ๆ พี่เริ่มสมัครงานตั้งแต่มาเรียนกันเลย ตั้งใจว่าหลังเรียนจบปุ๊ปจะมีงานทำต่อเลย
พี่เริ่มสมัครงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ สมัครไปเป็นร้อยบริษัท ไปสัมภาษณ์มา 26 ที่ แต่ละบริษัทสัมภาษณ์ที่ละ 2-3 รอบ สุดท้ายพี่มาได้ที่ธนาคาร ABN AMRO ซึ่งตอนนั้นมา recruit ที่โรงเรียน มาครั้งแรกเอา CV นักเรียนไปพิจาราณา 30 กว่าคน แต่เขาไม่เลือกใคร แล้วก็มาใหม่ เรียกไปสัมภาษณ์สี่คน สุดท้ายพี่เป็นคนเดียวที่ได้งาน ตอนนั้นพี่เรียนจบเดือนมีนาคม ได้งานตอนเดือนเมษายน
ช่วงที่พี่หางานเศรษฐกิจยังไม่เลยร้ายเท่ากับปัจจุบัน แต่ช่องทางในการหามันมีไม่เท่าตอนนี้ ดังนั้น คนสมัครงานจะเจอตัวกับบริษัทที่จะว่าจ้างได้ยากกว่าปัจจุบัน
5. เวลาสมัครงานแน่นอนว่า ทางบริษัทเขาก็มีตัวเลือกเยอะ วันนี้มองกลับไป พี่คิดว่าเขาเลือกพี่เล็กเพราะอะไรคะ
พี่คิดว่าเพราะว่าแผนกที่รับพี่เข้าไปทำ เขาเพิ่งเริ่มแผนก Global Transaction Service แล้วเขาอยากได้คนที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า มีประสบกาณ์งานแบบที่ต้องติดต่อกับลูกค้า ซึ่งพี่เคยทำมาก่อนและตัวพี่เองก็มีประสบกาณ์การติดต่อธนาคารในฐานะที่เป็นลูกค้าธนาคารมาก่อนด้วย เช่น ตอนที่ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องใช้ service ของธนาคารหลายอย่างเกี่ยวกับ trade finance
เจ้านายเขายินดีที่จะเสียเวลาฝึกพี่ และก็มองว่าการที่เราไม่ใช่เป็นคนยุโรปเป็นจุดแข็ง
อีกอย่างเขาเชื่อว่าพี่เล็กจะสามารถปรับตัวเข้ากับความคิดของคนตะวันตกได้ เพราะเมื่อก่อน ลูกค้าพี่ก็เป็นคนยุโรป และตัวพี่เองก็อยู่ฮอลแลนด์มาสองปีแล้ว อันนี้สำคัญ เพราะเวลาพี่จะรับคนเข้าทำงาน ก็ต้องดูด้วยว่าเขาจะปรับตัวอยู่ในประเทศนี้ได้เปล่า
พี่คิดว่าเพราะว่าแผนกที่รับพี่เข้าไปทำ เขาเพิ่งเริ่มแผนก Global Transaction Service แล้วเขาอยากได้คนที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า มีประสบกาณ์งานแบบที่ต้องติดต่อกับลูกค้า ซึ่งพี่เคยทำมาก่อนและตัวพี่เองก็มีประสบกาณ์การติดต่อธนาคารในฐานะที่เป็นลูกค้าธนาคารมาก่อนด้วย เช่น ตอนที่ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องใช้ service ของธนาคารหลายอย่างเกี่ยวกับ trade finance
เจ้านายเขายินดีที่จะเสียเวลาฝึกพี่ และก็มองว่าการที่เราไม่ใช่เป็นคนยุโรปเป็นจุดแข็ง
อีกอย่างเขาเชื่อว่าพี่เล็กจะสามารถปรับตัวเข้ากับความคิดของคนตะวันตกได้ เพราะเมื่อก่อน ลูกค้าพี่ก็เป็นคนยุโรป และตัวพี่เองก็อยู่ฮอลแลนด์มาสองปีแล้ว อันนี้สำคัญ เพราะเวลาพี่จะรับคนเข้าทำงาน ก็ต้องดูด้วยว่าเขาจะปรับตัวอยู่ในประเทศนี้ได้เปล่า
6. นักเรียนไทยหลายคนที่กำลังหางานอยู่ตอนนี้จะมีปัญหาเรื่องภาษา เพราะพูดภาษาดัตช์ไม่ได้ ภาษาดัตช์เป็นปัญหาในการหางาน หรือทำงานของพี่เล็กไหมคะ
ตอนนี้พี่ก็ยังพูดภาษาดัตช์ไม่ได้อยู่ งานแรกที่พี่ทำเจ้านายเป็นคนอเมริกัน เพื่อนร่วมงานมาจากหลายชาติ ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารหมด ภาษาดัตช์จึงไม่จำเป็น
7. การที่เป็นคนไทยแล้วทำงานในเนเธอร์แลนด์ พี่เล็กเจอความท้าทายอะไรบ้าง และต้องปรับตัวยังไง
ที่ทำงานเคย assign Career Coach ให้ โค๊ชพี่เขาบอกว่าคนไทยไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่พูด แล้วก็คนไทยเราจะรู้สึกว่าไม่อยากมี conflict เขาก็อยากให้เราบอกมากขึ้นว่าชอบไม่ชอบอะไรยังไง ตอนพี่ทำงานใหม่ ๆ จะพูดค้านในที่ประชุมก็จะเกรงใจเขา เลยไปพูดกับเขาส่วนตัวหลังจากประชุมเสร็จ เขาก็ถามพี่ว่าน่าจะพูดไปเลยจะได้คุยกันตอนนั้น
ที่ทำงานเคย assign Career Coach ให้ โค๊ชพี่เขาบอกว่าคนไทยไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่พูด แล้วก็คนไทยเราจะรู้สึกว่าไม่อยากมี conflict เขาก็อยากให้เราบอกมากขึ้นว่าชอบไม่ชอบอะไรยังไง ตอนพี่ทำงานใหม่ ๆ จะพูดค้านในที่ประชุมก็จะเกรงใจเขา เลยไปพูดกับเขาส่วนตัวหลังจากประชุมเสร็จ เขาก็ถามพี่ว่าน่าจะพูดไปเลยจะได้คุยกันตอนนั้น
8. ส่วนตัวแล้วมีหลักอะไรที่ทำให้เราได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน
ทำงานให้ดีที่สุด พี่จะเน้นให้งานเป็นตัวตัดสิน อีกอย่าง พี่ชอบที่จะเปิดใจให้กว้างและเน้นเป้าหมายของบริษัทเป็นหลัก
9. คำแนะนำให้น้องที่กำลังหางานในฮอลแลนด์
ขยัน ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ประเทศนี้ดูคนที่ความสามารถ ความสามารถในการช่วยตัวเอง เป็น asset เดียวที่ทำให้เราอยู่รอดได้ตลอดไป ที่นี่เขาจะไม่มีการฝากงานกัน คนที่ถูกฝากงานจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ
ต้องเตรียมตัวให้ดี การเขียน CV ก็ควรที่จะ Customise ไปตามบริษัท สมัครงานตำแหน่งที่ตรงกับความสามารถและประสบการณ์ของเรา ตอนไปสัมภาษณ์ขอให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด คิดยังไงรู้สึกยังไงก็บอกไปอย่างนั้น เขาจะได้รู้ว่า character เราเหมาะบริษัทนี้ไหม มันจะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย
--
นอกจากให้โอกาส TSAN สัมภาษณ์แล้ว พี่เล็กยังให้ความเป็นกันเองกับพวกเรามาก ๆ และบอกด้วยว่า น้อง ๆ ที่อยากได้คำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องการปรับตัว ก็สามารถติดต่อพี่เล็กได้ทาง Facebook โดย search ชื่อและนามสกุลพี่เล็กค่ะ
ขยัน ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ประเทศนี้ดูคนที่ความสามารถ ความสามารถในการช่วยตัวเอง เป็น asset เดียวที่ทำให้เราอยู่รอดได้ตลอดไป ที่นี่เขาจะไม่มีการฝากงานกัน คนที่ถูกฝากงานจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ
ต้องเตรียมตัวให้ดี การเขียน CV ก็ควรที่จะ Customise ไปตามบริษัท สมัครงานตำแหน่งที่ตรงกับความสามารถและประสบการณ์ของเรา ตอนไปสัมภาษณ์ขอให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด คิดยังไงรู้สึกยังไงก็บอกไปอย่างนั้น เขาจะได้รู้ว่า character เราเหมาะบริษัทนี้ไหม มันจะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย
--
นอกจากให้โอกาส TSAN สัมภาษณ์แล้ว พี่เล็กยังให้ความเป็นกันเองกับพวกเรามาก ๆ และบอกด้วยว่า น้อง ๆ ที่อยากได้คำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องการปรับตัว ก็สามารถติดต่อพี่เล็กได้ทาง Facebook โดย search ชื่อและนามสกุลพี่เล็กค่ะ